หลอดไฟ LED มีกี่ชนิด มีกี่ประเภท

เรียกกันแบบติดปากมานานมากแล้วกับ หลอดไฟ LED แต่ทั้งนี้รู้หรือไม่ว่าปัจจุบัน LED นั้นถือพัฒนาไปมากเท่าไหร่แล้ว มีกี่ชนิด กี่ประเภท วันนี้ เราจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับหลอดไฟ LED กันให้มากขึ้น เพื่อที่ต่อจากนี้ไป เราจะได้เห็นปุ๊บก็รู้ปั๊บว่า อ๋อ อันนี้ใช่หรือไม่ใช่หลอดไฟ LED

LED มีกี่ชนิด?

LED หรือ ไดโอดเปล่งแสง ถือกำเนิดมาบนโลกเราได้นานพอสมควรแล้ว จนปัจจุบันได้รับการพัฒนาต่อยอดไปเยอะจนสามารถใช้แทนหลอดไฟได้อย่างไร้ที่ติ แถมยังดีกว่าอีกต่างหาก ซึ่งปัจจุบันถ้าให้จำแนกชนิดของหลอด LED ก็สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ชนิด โดยใช้เกณฑ์ของขนาดเป็นตัวจำแนก ซึ่งได้แก่

  1. LED ขนาดเล็ก หรือ “เม็ด LED ซึ่งเชื่อเหลือเกินว่าหลายๆ คนอาจสงสัยว่ามันคืออะไรหรอ ใช่หลอดไฟจิ๋วแบบที่ใช้ตกแต่งวันคริสต์มาสไหม อันนี้บอกก่อนเลยว่าไม่ใช่ครับ แต่ให้เรานึกไปถึงรีโมทโทรทัศน์ ไฟแสดงสถานะของโทรทัศน์หรือคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ หรือเอาง่ายๆ เลยครับ เครื่องใช้ไฟฟ้าใดก็ตามในปัจจุบันถ้ามีไฟแสดงสถานะ นั่นแหละล้วนทำมาจากหลอด LED ทั้งนั้นเลย
  2. LED พลังงานสูง หรือ High Power LED เป็น LED ที่ถูกยกระดับศักยภาพให้สามารถส่องแสงสว่างได้แบบชนิดที่เรียกว่าสูงปรี๊ด โดยลักษณะของ LED ชนิดนี้จะเป็นแบบแผ่นชิปและมักมีสีเหลือง ปัจจุบัน LED ชนิดนี้ได้รับการนำมาผลิตเป็นหลอดไฟ LED และ โคมไฟ LED ที่เราใช้กันอยู่ในชีวิตประจำวันนั่นเอง

 

หลอดไฟ LED มีกี่ประเภท?

เอ๊ะ!! ก็เมื่อกี้บอกไปแล้วหรอว่า LED มี 2 ชนิด แล้วนี่จะมาแบ่งเป็นประเภทอะไรอีก รู้สึกงง? ประเด็นนี้อธิบายได้ไม่ยากครับ ที่ว่า LED มี 2 ชนิดนั้น ให้เข้าใจว่า นั่นคือ ชนิดของ LED ครับ LED คือไดโอดเปล่งแสง ที่ไม่ใช่หลอดไฟ แต่เปล่งแสงได้ เลยนำมาใช้แทนหลอดไฟ ดังนั้น พอถามถึงชนิด LED จึงมี 2 แบบ แบบที่เป็นเม็ดเล็กให้แสงสว่างระดับหนึ่ง กับแบบที่เป็นชนิดพลังงานสูงที่นำมาใช้ทำหลอดไฟ ซึ่งพอเมื่อ LED ถูกนำมาทำให้เป็นหลอดไปนั้น ก็เลยถูกผลิตและพัฒนาให้เป็นหลายประเภทหลายรูปแบบมากๆ โดยหลักๆ จะแบ่งได้เป็น 2 ประเภท คือ

  1. หลอดไฟ LED แบบกระเปาะ หรือ LED BULB ซึ่งพัฒนาขึ้นมาเพื่อแทนหลอดไส้หรือหลอดตะเกียบ ซึ่งพอเปลี่ยนมาเป็น LED คุณสมบัติที่ได้เพิ่มมากขึ้นก็คือ มีอายุการใช้งานนานขึ้น กินไฟน้อยลง และให้แสงสว่างได้มากขึ้น
  2. หลอดไฟ LED แบบยาว หรือ LED TUBE ได้รับการพัฒนาขึ้นมาเพื่อแทนหลอดนีออน ซึ่งก็เช่นกันกับหลอด LED BULB ที่มีคุณสมบัติในการประหยัดไฟที่มากกว่าหลอดนีออนแบบเดิมหลายทำ จึงทำให้สำนักงานและอาคารส่วนใหญ่ในปัจจุบัน เปลี่ยนหันมาใช้ LED TUBE กันมากขึ้น เพื่อประหยัดต้นทุนค่าใช้จ่ายในการดำเนินธุรกิจ

ทั้งนี้ นอกจากแบบกระเปาะกับแบบทรงยาวแล้ว ปัจจุบัน หลอด LED ได้รับการพัฒนาให้มีรูปทรงที่หลากหลายมากจนนับไม่ถ้วน เพื่อความเหมาะสม สวยงามในการตกแต่ง แต่ไม่ว่าจะเป็นรูปทรงแบบไหน ข้อดีของหลอด LED ทุกแบบก็คือช่วยให้เราประหยัดไฟได้มากขึ้น และมีอายุการใช้งานที่ยาวนานมากขึ้นนั่นเอง

จบกันไปแล้วกับเรื่องราวของหลอดไฟ LED ซึ่งก็หวังว่าทุกคนจะได้รู้จักกับ LED กันมากขึ้น ซึ่งเชื่อเหลือเกินว่าต่อจากนี้ไปเวลาเราเห็นหลอดกระเปาะหรือหลอดทรงยาว เราจะไม่สามารถฟันธงได้ทันทีเลยว่า นั่นเป็นหลอดตะเกียบ หรือหลอดนีออน เพราะไม่แน่ว่านั่นก็คือหลอดไฟ LED ที่ประหยัดไฟกว่า ใช้งานได้นานกว่าก็ได้ สุดท้ายสำหรับใครที่ต้องการจะประหยัดค่าไฟบ้านตัวเอง ต้องการอยากมีเงินเหลือเก็บมากขึ้น การเปลี่ยนมาใช้หลอดไฟแบบ LED ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ง่ายดายและได้ผลรับอย่างที่ตั้งใจแน่นอน

บทความแนะนำเกี่ยวกับหลอดไฟ LED

เปรียบเทียบอย่างไร ถึงรู้ว่า หลอด LED ประหยัดกว่าหลอดไฟ ทุกชนิด
หลอดไฟ LED ประหยัดไฟที่สุดจริงหรือ
เทคนิคการเลือกโคมไฟ ให้เหมาะกับการใช้งานในบ้าน
ดาวโหลดใบราคาหลอดไฟ LED