เทคนิคการเลือกโคมไฟ ให้เหมาะกับการใช้งานในบ้าน

ไฟ หรือ โคมไฟ ดูเผินๆ อาจเป็นเพียงองค์ประกอบเล็กๆ ในบ้าน แต่ในความเป็นจริงแล้วนั้น นับเป็นองค์ประกอบสำคัญมากๆ เพราะไม่เพียงแต่จะให้แสงสว่างสำหรับการทำกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวันแล้วแสงสว่างจากโคมไฟยังมีส่วนช่วยสร้างบรรยากาศและปรับจูนอารมณ์ของคนในบ้านให้อยู่ในโหมดที่พร้อมจะใช้ชีวิตอย่างมีความสุขด้วย แต่ทั้งนี้ เนื่องจากในบ้านหนึ่งหลังประกอบด้วยห้องหลายห้อง จึงอาจเกิดความสงสัยกันได้ว่า แล้วไฟแบบไหน โคมไฟแบบไหนล่ะ ถึงจะเหมาะสมที่สุดกับแต่ละห้อง เราสามารถใช้ไฟเหมือนกันทุกห้องได้ไหม? วันนี้เราจะพาไปค้นหาคำตอบกันครับว่า ห้องแบบไหน ควรเลือกใช้ไฟและโคมไฟแบบไหน เพื่อให้บ้านของเราสว่างสดใสอย่างมีชีวิตชีวิตมากที่สุด!!

โคมไฟสำหรับห้องนอน

เริ่มต้นกันที่ห้องแห่งการพักผ่อน ซึ่งแน่นอนว่าสำหรับห้องนอนแล้วบางคนอาจจะคิดว่า เฮ้ย ห้องนอนส่วนใหญ่ก็ปิดไฟไม่ใช่หรอ แล้วจะจำเป็นต้องมีเทคนิคเลือกโคมไฟอีกหรอ ขอบอกตรงนี้เลยครับว่า มีและสำคัญมากๆ ด้วย เพราะในความเป็นจริงแล้ว เมื่อเวลาเราอยู่ในห้องนอน คนส่วนใหญ่ก็ใช่ว่าจะนอนเลยซะทีเดียว บ้างก็ดูหนัง ดูละคร ซีรี่ย์ อ่านหนังสือ ฯลฯ ดังนั้น แสดงว่าเราก็ยังคงใช้แสงสว่างในขณะที่อยู่ห้องนอนอยู่ดี นั่นเองครับที่ทำให้หลักในการเลือกโคมไฟ และแสงไฟสำหรับห้องนอน จำเป็นจะต้องผสมผสานกันระหว่าง 2 ส่วน

หนึ่งคือเพื่อสร้างบรรยากาศในการนอน และสองคือต้องสว่างพอที่จะไม่ทำให้เราเสียสายตาในขณะที่เรายังไม่นอน ตรงนี้เราจึงแนะนำให้ไฟหลักที่ใช้ในห้องนอนนั้นเป็นแสงสว่างแบบ Warm White เพื่อคุมโทนห้องให้มีความอบอุ่นและให้ความรู้สึกผ่อนคลาย ซึ่งจะช่วยกล่อมเราให้หลับสบายก่อนจะปิดไฟ และสำหรับส่วนของการอ่านหนังสือดูโทรทัศน์ ก็อาจเสริมด้วยไฟ Down Light บริเวณทีวี หรือตรงหัวนอน เพื่อเบรกแสงจากหน้าจอและให้มีแสงสว่างที่มากพอกับการใช้สายตาในการจ้องมอง

ทั้งนี้อาจโคมไฟข้างเตียงเพื่อประโยชน์ในการตกแต่ง และการให้แสงสว่างเพิ่มเติมด้วยก็จะยิ่งดี เอาง่ายๆ ว่าเราไม่ควรปล่อยให้สายตาต้องทำงานในภาวะแสงสว่างไม่เพียงพอเด็ดขาดเพราะจะเป็นอันตรายได้ในระยะยาว

โคมไฟสำหรับห้องรับแขก

นับเป็นห้องหลักสำหรับการทำกิจกรรมร่วมกันของสมาชิกในครอบครัว รวมถึงเป็นโซนต้อนรับแขกผู้มาเยือนด้วย ดังนั้น แสงไฟสำหรับห้องรับแขกหรือว่าห้องนั่งเล่นนี้ จึงควรเน้นไปที่การให้ความสว่างที่ทั่วถึงทุกบริเวณ เพื่อความชัดเจนในการทำกิจกรรม อาจเลือกใช้เป็นโคมไฟเพดาน หรือโคมระย้า เพื่อนอกจากจะให้แสงสว่างที่กระจายทั่วทั้งบริเวณได้แล้ว ก็ยังเพิ่มความโดดเด่น สวยงามให้กับภาพรวมของห้องได้ด้วย หรือในอีกวิธีหนึ่งก็อาจเลือกติด Down Light เพิ่มเป็นจุดๆ เพื่อสร้างเสริมให้แสงสว่างในห้องดูมีมิติ และทำให้ห้องดูกว้างขวางมากยิ่งขึ้น

สำหรับข้อควรระวังที่ต้องคำนึงคือ อย่าพยายามเลือกใช้แสงสว่างแบบสีส้ม หรือกึ่งเหลืองกึ่งขาว ถึงแม้ว่าจะทำให้ห้องดูรู้สึกอบอุ่น เพราะจะทำให้มองไม่ชัด และดูห้องขมุกขมัว ซึ่งไม่เหมาะสำหรับการเป็นโซนรับแขก และเป็นโซนที่ต้องทำกิจกรรมแบบใช้สายตา

โคมไฟสำหรับห้องครัว

สำหรับบางบ้านอาจต้องแบ่งเป็น 2 ส่วน คือส่วนทำครัว กับส่วนโต๊ะรับประทานอาหาร ซึ่งลักษณะของการใช้ไฟก็จะต่างกันเล็กน้อย แต่มีจุดร่วมเดียวกันคือเรื่องของความสว่างที่ต้องชัดเจน เพราะในส่วนทำครัว หากเราเลือกใช้ไฟที่ไม่สว่างพอ อาจก่อให้เกิดอันตรายได้ รวมถึงทำให้หยิบจับอะไรไม่สะดวกด้วย แสงสว่างสีขาวจึงเหมาะและจำเป็นที่สุดกับพื้นที่ส่วนนี้ โดยอาจใช้เป็นหลอดฟลูออเรสเซนต์หรือหลอด LED ก็ได้ ติดเพดานเพื่อให้แสงกระจายทั่วถึง และอาจเสริมด้วย Down Light ในจุดอับบางจุด เพื่อคุมความสว่างให้ครอบคลุมทั้งหมด

สำหรับส่วนที่เป็นพื้นที่รับประทานอาหาร ถ้าบ้านไหนอยากจะได้ฟิลลิ่งแบบไปทานตามภัตตาคาร ก็สามารถเพิ่ม Down Light สีส้มอมเหลือง บริเวณจุดที่วางอาหารเพิ่ม โดยเลือกค่าแสงที่เหมาะแก่การถ่ายภาพอาหาร เพื่อให้สามารถถ่ายภาพได้สวย และเพิ่มความน่ารับประทานเข้าไปอีก ทั้งนี้ที่เพิ่มแสงสีเหลืองส้มเข้าไป เพราะสีส้มเป็นสีที่ทำให้เรารู้สึกเจริญอาหาร รู้สึกหิว และจะทำให้เราทานอาหารได้อย่างเอร็ดอร่อยและมีความสุข อย่างที่เราเห็นตามร้านอาหาร ห้องอาหารหรูๆ ที่เลือกใช้แสงไฟสีเหลืองส้ม แต่อย่างไรก็ตาม อย่าลืมว่า จะเหลืองหรือส้มเกินไปไม่ได้ เพราะจะมองไม่ชัด เกิดแสงเงาและกลายเป็นสร้างความรำคาญเพราะมองไม่เห็นไป นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำให้จึงต้องใช้ไฟหลักเป็นสีขาวสะอาด และเพิ่ม Down Light เฉพาะจุดเข้าไปเสริม

โคมไฟสำหรับห้องน้ำ

เป็นห้องใช้จำเป็นสำหรับทุกคนในบ้านและใช้งานตลอดทั้งวันทั้งคืน ดังนั้น แสงไฟที่ใช้จึงควรเน้นความสว่างเป็นหลัก ทั้งนี้ในช่วงกลางวัน หากเปิดให้ได้รับแสงแดดแสงสว่างตามธรรมชาติจะดีที่สุด เพราะสว่าง กระจ่างชัด และช่วยทำให้ห้องน้ำแห้ง ลดการสะสมของเชื้อโรคได้ ทั้งนี้ เราสามารถเพิ่มโคมไฟในห้องน้ำได้เช่นกัน เพื่อการสร้างบรรยากาศให้ดูน่าใช้ แต่ก็ควรคำนึงถึงเรื่องของตำแหน่งในการวางโคม ที่ต้องไม่ให้ถูกน้ำ เพราะอาจเปียก ลัดวงจรและเป็นอันตรายได้

สรุป

ห้องทุกห้องจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการติดตั้งโคมไฟเพื่อให้แสงสว่าง ซึ่งก็จำเป็นจะต้องเลือกและคำนึงถึงความเหมาะสม เพื่อให้การใช้งานห้องนั้นๆ เป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม การเพิ่มเติมโคมไฟเพื่อประโยชน์ในการตกแต่งและสร้างบรรยากาศ สามารถทำได้แต่ก็จำเป็นต้องอยู่บนความพอดี เพราะหากเราเน้นที่การเสริมโคมสร้างบรรยากาศที่มากเกินไป ก็แน่นอนว่าค่าไฟของเราก็จะมากขึ้นตามไปด้วย ส่วนถ้าเสริมไว้แต่ไม่ได้ใช้ ก็เป็นการสิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ

ดังนั้น ทั้งเรื่องของแสงสว่างจะเป็นแบบไหน รูปลักษณ์โคมตกแต่งจะเป็นอย่างไร และเรื่องว่าจะต้องใช้โคมไฟเพิ่มเสริมมากเท่าไร ก็เป็นเรื่องของวิจารณญาณและความเหมาะสมที่ผู้อยู๋อาศัยจะต้องคิดให้ดีก่อนตัดสินใจซื้อ เพื่อความสุขของการอยู่อาศัย และเพื่อความมั่นคงของเงินในกระเป๋า