เปรียบเทียบอย่างไร ถึงรู้ว่า หลอด LED ประหยัดกว่าหลอดไฟ ทุกชนิด

หลอดไฟ LED คือหลอดไฟ ที่ดีที่สุดในโลก ?

เชื่อเหลือเกินว่าเราต่างก็ได้ยินกันเสมอกับสรรพคุณของหลอดไฟ LED ที่ทั่วทั้งโลกต่างเคลมว่าเป็นหลอดไฟที่ประหยัดพลังงานมากที่สุด คือไม่กินไฟ ประหยัดค่าไฟ แถมเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอีกต่างหาก แต่ก็ด้วยเพราะราคาที่แพงกว่าหลอดไฟธรรมดาทั่วไปนั่นแหละ จึงทำให้หลายๆ คนยังไม่ยอมเทใจเปลี่ยนไปใช้หลอดไฟ LED กันสักเท่าไร วันนี้เราจึงจะพาทุกคนไปไขความลับของการเลือกหลอดไฟ เพื่อให้หายสงสัยกันไปเลยว่าทำไมถ้าอยากประหยัดไฟ ถึงต้องเลือกใช้หลอดไฟ LED

ทำความรู้จัก Lumen ค่าความสว่างของหลอดไฟ!!

อันดับแรกสุดก่อนที่เราจะเข้าใจว่าทำไมหลอดไฟ LED ถึงเป็นหลอดไฟที่ประหยัดไฟกว่าหลอดไฟอื่นๆ เราจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องรู้จัก Lumen ซะก่อน เพราะเจ้า Lumen หรือตัวย่อ LM นี้ คือค่าความสว่างของแสง ซึ่งแน่นอนว่าถ้าเราจะเลือกหลอดไฟ อันดับแรกสุดเราก็ต้องเลือกให้ถูกก่อนกว่า จะเอาสว่างแค่ไหนถูกต้องไหมครับ ดังนั้น เวลาเราไปซื้อหลอดไฟ จึงควรมองดูก่อนว่าหลอดนั้นให้ค่าความสว่างของแสงเท่าไร หลอดนั้นให้ค่าความสว่างที่เราต้องการแล้วใช่ไหม แล้วจำค่านั้นไว้ให้ดี ก่อนที่จะไปมองหาอีกค่าหนึ่งที่มีชื่อเรียกว่า วัตต์

ทำความรู้จักค่า วัตต์ ค่าความกินไฟ!!

เมื่อเราได้ค่า Lumen แล้ว อันดับต่อไปก็อย่างที่บอกว่าให้ไปมองหาค่าวัตต์ หรือ Watt ซึ่งแน่นอนว่าค่านี้ทุกคนน่าจะคุ้นเคยกันอยู่แล้ว เพราะมันหมายถึงหน่วยระบุกำลังไฟที่หลอดไฟใช้เพื่อให้ความสว่าง หมายความอีกอย่างหนึ่งก็คือ ยิ่งใช้กำลังวัตต์มากก็ยิ่งกินไฟมากเพื่อให้ได้แสงสว่างความต้องการ ซึ่งจากค่าวัตต์นี่แหละ ที่จะบอกเราได้เกือบร้อยเปอร์เซนต์ว่า หลอดไหนกินไฟมากกว่ากัน โดยให้คิดง่ายๆ คือ ยิ่งวัตต์มากก็ยิ่งกินไฟเปลืองไฟมากนั่นเอง

แต่เดี๋ยวก่อน!! จริงอยู่ที่ ถ้าค่าวัตต์มากก็จะกินไฟมาก แต่เราก็ต้องดูด้วยว่า หลอดนั้นๆ ให้ความสว่างหรือมีค่า Lumen เท่าไรด้วย ซึ่งถ้าจะถามว่าสมการใดที่ทำให้เราทราบว่าหลอดไฟไหนประหยัดไฟที่สุด นั้น ก็ต้องดูว่า ที่ค่า Lumen หรือค่าความสว่างเท่ากัน หลอดใดใช้กำลังวัตต์น้อยกว่า หลอดนั้นนั่นแหละชนะเลิศ

ยกตัวอย่างเช่น

หลอดไฟทั่วไปมีค่าความสว่างอยู่ที่  1000lm
มีค่ากำลังไฟอยู่ที่  100w

หลอดไฟ LED มีค่าความสว่างอยู่ที่ 1000lm      
มีค่ากำลังไฟอยู่ที่  20w

ที่ค่าความสว่างเท่ากัน แต่ค่ากำลังไฟต่างกันอยู่ถึง 5 เท่า นั่นหมายความว่า หลอดไฟ LED จะกินไฟน้อยกว่า หรือประหยัดไฟมากกว่าถึง 5 เท่านั่นเอง

จากตัวอย่างข้างต้นเป็นเพียงตัวเลขสมมติเท่านั้น แต่โดยทั่วไปแล้วหลอด LED ก็จะมีค่าวัตต์ หรือค่ากำลังไฟที่ใช้ในการให้ความสว่างน้อยกว่าหลอดทั่วไปอยู่แล้ว ที่เหลือก็คือเราต้องนำไปเปรียบเทียบกัน นั่นแหละ โดยมองยึดเอาค่า Lumen เป็นเกณฑ์ เพื่อให้เราได้หลอดไฟที่ให้ความสว่างเพียงพอและประหยัดไฟมากที่สุด

สรุป

ถึงแม้ว่าราคาของหลอดไฟ LED จะสูงกว่าหลอดไฟธรรมดาทั่วไป แต่เมื่อพิจารณาจากความประหยัดไฟและอายุการใช้งานที่โดยทั่วไปนั้นสามารถใช้ได้นานกว่าหลอดไฟอื่นๆ อยู่หลายหมื่นชั่วโมง นั่นจึงทำให้ระยะยาวหลอดไฟ LED จะช่วยเราประหยัดเงินได้มากกว่า และที่สำคัญคือ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และไม่เสี่ยงอันตรายจากรังสี UV หรือสารตะกั่ว เหมือนหลอดไฟธรรมดาทั่วไปด้วย